คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
งานออกแบบชิ้นที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554
วิชา การออกแบบสถาปัตยกรรม 2
วันและเวลาเรียน
วันอังคาร เวลา 13.00-17.00 น.
วันศุกร์ เวลา 13.00-17.00 น.
1. ชื่อโครงการ บ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype)
2. เวลาดำเนินงาน
2.1 เริ่มงาน วันวันอังคารที่ 1 พ.ย. 2554
2.2 ส่งและนำเสนอผลงาน ภายในเวลา 13.00 น. วันอังคารที่ 29 พ.ย. 2554
3. วัตถุประสงค์
1. เพื่อฝึกฝนการศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม
2. เพื่อศึกษาและเรียนรู้กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรม ฝึกปฏิบัติการออกแบบและการนำเสนอผลงาน
3. เพื่อฝึกฝนทักษะในการผสมผสานวิชาความรู้ในด้านต่างๆ [อาทิ วัสดุและการก่อสร้าง, นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ] เพื่อใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม
4. เพื่อฝึกฝนการปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดันในระดับอ่อน-ปานกลาง เช่น เวลาที่จำกัด ความพึงพอใจของเจ้าของงาน การเร่งพัฒนาทักษะที่ตนยังไม่ถนัด เป็นต้น
4. ขอบเขตการปฏิบัติงาน
1. ศึกษาค้นคว้า และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม
2. ศึกษากระบวนการและขั้นตอนของการออกแบบสถาปัตยกรรม
3. ปฏิบัติการออกแบบ
3.1 การออกแบบร่าง
3.2 การออกแบบและจัดทำผลงานขั้นสมบูรณ์
4. นำเสนอผลงาน ทั้งด้วยวาจาและผลงาน
5. ความเป็นมาของโครงการและสถานที่ตั้ง
ประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2554 ได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยร้ายแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ อาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนนับแสนหลังคาเรือนต้องถูกน้ำท่วม ประชากรหลายแสนคนต้องอพยพหนีออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม และกลายเป็นผู้ประสบภัย
หากในอนาคตเหตุการณ์เช่นนี้ยังต้องเกิดขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บ้านพักอาศัยจะต้องมีการออกแบบให้สามารถอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้น จึงให้ นศ. ออกแบบบ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype) เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ตั้งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยต่อไป
6. รายละเอียดของโครงการ
ให้ นศ. ศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ เพื่อกำหนดรายละเอียดของโครงการ ได้แก่ องค์ประกอบต่างๆ ของบ้าน พื้นที่ใช้สอย ระบบอุปกรณ์อาคาร โครงสร้างและวัสดุก่อสร้างต่างๆที่เหมาะสมสำหรับการเป็นบ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype)
7. กำหนดการปฏิบัติงานและการส่งงาน
7.1 งานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ แล้วนำเสนอผลงานโดยมีผู้สอนเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ ให้ นศ. ศึกษาและวิเคราะห์ ประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ แล้วเตรียมผลงานนำเสนอ
1. การศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของโครงการ ดังนี้
1.1 เป้าหมาย หรือความต้องการของโครงการ และความเป็นไปได้ของโครงการ (โดยเฉพาะด้านข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
1.1.1 เป้าหมายของโครงการ
1.1.2 ความต้องการของโครงการ (โดยการวิเคราะห์หาขนาดขององค์ประกอบต่างๆของอาคาร หรือพื้นที่ใช้สอยย่อยทุกๆ และพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดของโครงการ)
1.1.3 ความเป็นไปได้ของโครงการ (โดยเฉพาะด้านข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
1.2 การวิเคราะห์องค์ประกอบ และพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆของโครงการ [Area Requirement] กำหนดให้นำเสนอโดยแสดงขนาดพื้นที่ของแต่ละส่วนให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม (ขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบขนาดพื้นที่ส่วนต่างๆได้ง่าย ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1.2.1 แสดงพื้นที่ขององค์ประกอบหลักๆของโครงการ
1.2.1.1 แสดงขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50
1.2.2.2 แสดงในรูปของแผนภูมิกง หรือแผนภูมิวงกลม
1.2.2 แสดงพื้นที่ขององค์ประกอบย่อยๆทุกๆส่วน ในแต่ละองค์ประกอบหลัก(Zone)
1.2.2.1 แสดงขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50
2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของที่ตั้งโครงการ [Site Analysis] ทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ [Nature Environment] และที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น [Man-made Environment] เพื่อการนำไปใช้พิจารณาประกอบการออกแบบให้อาคารสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทั้งการใช้ประโยชน์ และการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดังนี้
2.1 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่
- แนวการโคจร, มุมของแสงแดด และความร้อนจากดวงอาทิตย์, ทั้งแหล่งความร้อนอื่นๆ
- ทิศทางลม และคุณสมบัติของลมที่พัดผ่าน, มลภาวะทางเสียง, ฝุ่นควัน, ลมพายุ
- สภาพพื้นดิน หรือลักษณะทางธรณี ตลอดจนการใช้พื้นที่, พืชพรรณ, ความลาดชัน, แผ่นดินไหว
- แหล่งน้ำ และความชื้น, ปริมาณฝน, อุทกภัย
2.2 สิ่งแวดล้อมเมือง เช่น มุมมอง การเข้าถึง, ระบบถนน และการจราจร, อาคาร และการใช้พื้นที่ข้างเคียง, ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ, มลภาวะต่างๆในเมือง เป็นต้น
3. การวิเคราะห์ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ให้ น.ศ. วิเคราะห์ก่อนว่าโครงการจัดอยู่ในประเภทอาคารใด และมีข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอะไรบ้าง แล้วแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึงผลกระทบกับการออกแบบอาคาร หรือลักษณะอาคารที่จะเกิดขึ้น โดยการนำเสนอเป็นภาพประกอบ เช่น ผังพื้น รูปด้าน หรือรูปตัด ภาพสามมิติ ที่แสดงขนาดและรยะต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่าย)
4. การวิเคราะห์ปัญหาของโครงการ ได้แก่ ปัญหา และข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับอาคาร ทั้งก่อน และหลังการก่อสร้างอาคาร ดังนี้
4.1 ปัญหาด้านกายภาพ ได้แก่
4.1.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่
- ปัญหาความร้อน (สภาพอากาศในเขตร้อนชื้น อันเนื่องจากรังสีดวงอาทิตย์ และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น การใช้วัสดุอาคาร, การออกแบบวางผังของอาคาร หรือจากอาคารข้างเคียง เป็นต้น)
- ปัญหาการระบาย และถ่ายเทอากาศ รวมถึงมลภาวะทางเสียง, มลพิษทางอากาศ, ฝุ่นควัน, ลมพายุ เป็นต้น
- ปัญหาสภาพพื้นที่, พื้นดิน, รูปร่างของที่ดิน, ลักษณะการใช้พื้นที่, พืชพรรณ, ความลาดชัน, แผ่นดินไหว เป็นต้น
- ปัญหาทางน้ำ, แหล่งน้ำ และความชื้นที่มีผลกระทบต่ออาคาร, ปริมาณฝน, การเกิดอุทกภัย เป็นต้น
4.1.2 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง เช่น ปัญหาทางด้านมุมมอง, การเข้าถึงโครงการ, ระบบถนน การจราจร และการสัญจร, อาคาร และการใช้พื้นที่ข้างเคียง, ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ, มลภาวะต่างๆในเมือง เป็นต้น
4.2 ปัญหาด้านกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ
4.3 ปัญหาด้านสังคม และเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลกระทบของโครงการที่จะมีต่อสังคมท้องถิ่น, ข้อจำกัดด้านต้นทุนและงบประมาณ เป็นต้น
5. แผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอย [Functional Relationship Diagram] และเส้นทางสัญจร [Circulation] ของผู้ใช้สอยแต่ละกลุ่ม ให้แสดง ดังนี้
5.1 แผนภูมิที่ไม่ได้กำหนดขนาดพื้นที่ หรือมาตราส่วน (สามารถศึกษาได้จากในหนังสือ คู่มือและสื่ออื่นๆ) โดยแสดงองค์ประกอบทั้งหมดของโครงการ และแสดงโทนสีขององค์ประกอบหลักๆ เป็นกลุ่มๆ ให้ชัดเจน พร้อมเส้นทางสัญจรของผู้ใช้สอยแต่ละกลุ่ม
5.2 แผนภูมิเช่นเดียวกับข้อ 5.1 ที่ได้กำหนดขนาดพื้นที่ หรือมาตราส่วน 1:50 ด้วย (ได้จากข้อ 1.2.2)
6. แนวความคิดในการออกแบบ และเกณฑ์ในการออกแบบ
7. Zoning หรือความสัมพันธ์ขององค์ประกอบหลักๆ จากข้อ 1.2.1.1 ให้นำมาจัดวาง Zoning ดังนี้
7.1 จัดวางโดยพิจารณาเฉพาะความสัมพันธ์ของการใช้สอยเท่านั้น
7.2 จัดวางโดยพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของการใช้สอย (เหมือนข้อ 7.1) และให้พิจารณาถึงความเหมาะสม และสอดคล้องตามข้อต่างๆ ข้างต้น ต่อไปนี้ด้วย
1.1 ความต้องการ หรือเป้าหมายของโครงการ
2.1 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
2.2 สิ่งแวดล้อมเมือง
3. ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4. ปัญหาของโครงการ
5. ความสัมพันธ์ของการใช้สอย [Functional Relationship]
6. แนวความคิดในการออกแบบ และเกณฑ์ในการออกแบบ
โดยการจัดวาง Zoning นี้ ลงในขนาดที่ตั้งจริง ตามมาตราส่วน 1:50
8. กรณีศึกษาอาคารตัวอย่าง [Case Study]ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการ โดยเฉพาะด้านเทคนิควิธีการและแนวทางในการป้องกันบ้านจากอุทกภัย (โดยให้พยายามวิเคราะห์ตามหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ ข้อที่ 1-7 รวมทั้งวิเคราะห์ ข้อดี-ข้อเสียของการออกแบบ) ดังนี้
8.1 อาคารในประเทศ 2 อาคาร
8.2 อาคารต่างประเทศ 4 อาคาร
8.3 ข้อมูลประกอบการออกแบบจากหนังสือคู่มือที่ได้มาตรฐาน เช่น time saver standard for buildings type หรือบทความ งานวิจัยต่างๆ โดยการจัดทำเป็นรายงานภาษาไทย)
ตัวอย่างแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bris.ac.uk/civilengineering/research/water/projects/bhs_folder/flood_proof_house/
http://www.architecture.com/Files/RIBAProfessionalServices/CompetitionsOffice/Resultsbooklets/NorwichUnionFloodProofHouseoftheFuture.pdf
http://inhabitat.com/waterstudios-amphibious-architecture/
http://waterstudio.nl/home
การนำเสนอผลงานทั้ง 8 ข้อข้างต้นนี้ ให้พยายามนำเสนอโดยเน้นให้เห็นภาพที่เข้าใจได้ง่าย เช่น แสดงเป็นภาพวาดประกอบ ภาพถ่าย แผนภูมิ แบบจำลอง(Model) เป็นต้น โดย นศ. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียน เพื่อการนำเสนอได้
9. ส่งรายงานสรุปผลงานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ (โดยการจัดทำ และรวบรวมเป็นเล่ม พร้อมกับส่งผลงานในรูปของ file เอกสาร หรือ digital file)
10. การสอบทวนความรู้และความเข้าใจในข้อมูล เพื่อการออกแบบ (โดยปากเปล่าและข้อเขียน)
7.2 การตรวจแบบร่าง ในการตรวจแบบร่างแต่ละครั้ง ให้มีคุณภาพของงาน (ความประณีต, ความละเอียด, ความชัดเจน, รายละเอียดต่างๆ ของงาน) เหมาะสมสอดคล้องกับระยะเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อให้ผลงานมีความชัดเจนและสมบูรณ์ทันกับการนำเสนอในขั้นสุดท้าย โดยแบบแต่ละครั้งควรมีความชัดเจน ง่ายและสะดวกในการตรวจแบบ ส่วนปริมาณงานนั้น อย่างน้อยต้องมีให้มีครบตามที่กำหนดไว้ ดังนี้
แบบร่างครั้งที่ 1. ประกอบด้วย
- Plans และ Roof Plan 1:100
- Section 1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ตามขวาง]
- Elevation 1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ด้านหน้า]
- Mass Model 1:200 หรือ 1:100
แบบร่างครั้งที่ 2. ประกอบด้วย
- Plans และ Roof Plan 1:100
- Section 1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ตามขวาง]
- Elevation 1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ด้านหน้า]
แบบร่างครั้งที่ 3. ประกอบด้วย
- Plans และ Roof Plan 1:100
- Section 1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
- Elevation 1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง]
- Mass Model 1:200 หรือ 1:100
แบบร่างครั้งที่ 4. ประกอบด้วย
- Plans และ Roof Plan 1:100
- Section 1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
- Elevation 1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง]
ในการออกแบบและจัดทำแบบร่าง ในระยะต้นๆ ที่แบบและผลงานยังไม่ลงตัวและยังไม่สมบูรณ์นั้น นศ. ต้องเขียนด้วยมือเท่านั้น ห้ามใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบและออกแบบผลงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกทักษะและความชำนาญในการใช้มือเขียน (Freehand sketch) และเพื่อให้ นศ. ได้ใช้ความคิดโดยละเอียด รอบคอบและประณีตในการคิดรายละเอียดต่างๆ ตลอดจนการคำนวณและความแม่นยำในระยะ และสัดส่วนต่างๆ ด้วยสมองของตนเองก่อน จนกระทั่งแบบและผลงานเริ่มลงตัวและเริ่มสมบูรณ์แล้วเท่านั้น นศ. จึงจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการเขียนแบบและจัดทำแบบร่างได้ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้สอนก่อน
8. การจัดทำผลงาน เพื่อนำเสนอขั้นสุดท้าย (นศ. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบและนำเสนอผลงานได้)
- แนวความคิด, เกณฑ์ในการออกแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์
- Site Plan 1:50
- Plans และ Roof Plan 1:50
- Sections 1:50 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
- Elevations 1:50 [อย่างน้อย 4 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง และด้านหลัง]
- Perspective [interior และ exterior]
- ภาพ 4 มิติ แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพของอาคาร
- Mass Model 1:50 ที่สามารถแสดงการทดลองให้เห็นถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพของอาคาร
9. การส่งและนำเสนอผลงานขั้นสุดท้าย
กำหนดส่งและนำเสนอผลงาน ภายในเวลา 13.00 น. วันอังคารที่ 29 พ.ย. 2554
10. เกณฑ์การประเมินผล
Project design 1. โครงการ บ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype) 25 คะแนน
ประกอบด้วย
1. งานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ 5 คะแนน
2. การออกแบบร่าง 10 คะแนน
3. ผลงานขั้นสุดท้าย 10 คะแนน
มีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
1. แนวความคิด, เกณฑ์ในการออกแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์ 1.0 คะแนน
2. ความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม 1.5 คะแนน
3. มีประโยชน์ใช้สอย และการใช้งานที่คล่องตัว และเหมาะสม 2.0 คะแนน
4. ความงาม หรือหลักการจัดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม 1.5 คะแนน
5. ผลงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ความชัดเจน รวมทั้งบุคลิกภาพ 2.0 คะแนน
6. วัสดุและการก่อสร้าง ระบบอุปกรณ์อาคารที่ถูกต้องและเหมาะสม 1.5 คะแนน
7. ถูกต้องตามข้อกำหนด, กฎหมาย, เทศบัญญัติและมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 0.5 คะแนน