อันนี้เป็นวิธีคำนวณการรับน้ำหนักของแพครับ เจอที่ Tumcivil หวังว่าคงเ็นประโยชน์ 
ข้อมูล จาก http://www.tumcivil.com/engfanatic/board/gen.php?topic_id=11061&hit=1
เครดิต : By : jrc26085
 
 
 
น้ำหนักบนแพ 3 ตัน

ก่อน อื่น ควรศึกษาข้อกำหนดของกรมเจ้าท่าก่อนนะครับ ว่า โครงสร้างของเรา จะ เป็นแพหรือ โป๊ะ นะครับ จะมีข้อกำหนดเบื้องต้นอยู่ เช่น  แพ จะต้องจมเพียง 60 เปอร์เซ้น (มีแรงลอยตัวสำรอง 40 เปอร์เซ้นต์) และจะต้องลอยเหนือผิวน้ำ ไม่น้อยกว่า 40 ซม. เป็นต้น (อ้นนี้ยกตัวอย่างนะครับ) อันนี้ปรึกษากับกรมเจ้าท่าดีที่สุดครับ เดี่ยวจะขออนุญาติ ไม่ผ่าน
 
หัวใจหลักของการลอยตัว ก็คือ แรงลอยตัวนะเอง
แรง ลอยตัว = หน่วยน้ำหนักของน้ำ คูณด้วย ปริมาตรที่จมนะเอง (เช่นจะให้รับน้ำหนัก ได้ 1 ตัน ก็ต้องใช้ ปริมาตร 1 ลบ.ม นะเอง)  ดูตัวอย่าง การคำนวณ ของ อ.สมศักดิ์
 
นอกจาก คุณจะต้องออกแบบโครงสร้างด้านบนแล้ว คุณยังต้องออกแบบ ทุ่นและโครงสร้างยึดท่น และ ยังต้องตรวจสอบ เสถียรภาพ ของแพอีกด้วย เช่น
 
สมมุติว่า มีแรงลมมากระ แพจะเอียงเท่าไร ระยะจม เท่าไร (ผ่านข้อหนดหรือเปล่า) และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
น้ำหนัก ที่กระทำด้านบน ปัจจัยสำคัญคืน พฤติกรรมของคน ครับ เกิดวันดีคืนดี คนบนแพอยากจะถ่ายรูปหมู่ขี้นมาแล้ว ทั้งหมด ไปยืน ข้างใด ข้างหนึ่ง ขึ้นมา แพยังมีเสถียรภาพหรือเปล่า โดยเฉพาะหากคุณทำฝาเปิดเอาไว้ที่ทุ่นลอยแล้วดัวย อันนี้ต้องตรวจสอบอย่างดีเลยละครับ ต้องเผื่อ ระยะคลื่น เอาไว้ด้วย ไม่งั้นน้ำเข้าทุ่นลอย แล้วจะทำให้แรงลอยตัวลดไป (เพราะปริมาตรถูกแทนที่ด้วยน้ำ) อันนั้คือสาเหตุของการจมของโป๊ะ และ แพส่วนใหญ่
และ หากเป็นไปได้ ออกแบบเป็น แทงค์รูป สี่เหลี่ยม จะดีกว่า แบบกลม นะครับ (คุณผ่านข้อกำหนดได้ง่าย
เพราะได้แบบกลมนะ ปริมาตรมันน้อยนะครับ แต่ได้เปรียบตรงที่มันรับแรงดันได้ดีกว่า ก็ลองคำนวณเอานะครับ
 

แพขนาด 6x6 เมตร น้ำหนักจร 300 kg/m^2 รวมน้ำหนัก 3000+6x6x300 = 13800 kg น้ำหนักทุ่นเองเผื่อ 10 %


ได้น้ำหนัก = 1.1x13800 = 15180 kg ทำทุ่น 3 ทุ่น เฉลี่ยทุ่นละ =15180/3 = 5060 kg ปริมาตรทุ่น 5.06 m^3 ความ


ยาวทุ่น 6 เมตร เรียวปลายจึงเดาว่ายาวสัก 5 เมตร หาเส้นผ่านศูนย์กลางทุ่น


        (3.1415926/4)x5*D^2 = 5.06


       D = 1.135  m


ทำทุ่นด้วยเหล็กหนา 3.2 มม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 เมตร ยาวรวม 6 เมตร เรียวปลายทั้งสอง


edit @ 15 Nov 2011 09:23:40 by Siriwat

edit @ 15 Nov 2011 09:28:00 by Siriwat

ต่อจากคราวที่แล้ว ภาพสเก็ตซ์แปลนเรือนแพเท่าที่จำได้ครับ  มีพื้นที่แห่งความทรงจำอยู่หลายจุดด้วยกัน เช่น ที่ตรงที่ตกปลานั่นโน่นนี่ได้  ที่ตรงที่โดนปลาปักเป้ากัด ที่ตรงที่เหยียบเงี่ยงปลาสังควาส (สองอย่างหลังนี่เจ็บสุดๆ น้ำตาไหลพราก) 
 
 
 
 

edit @ 15 Nov 2011 09:07:35 by Siriwat

ในสมัยเด็กของข้าพเจ้า  คุณตาและคุณยายมีบ้านเป็นเรือนแพอยู่ในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนสิริกิตติ์
จ. อุตรดิตถ์ ในทุกปิดเทอมข้าพเจ้าและน้องจะเดินทางจาก กรุงเทพฯ ไปอยู่ที่นั่นทุกปี เวลา
จะหมดไปกับการผจญภัย  ตกปลาดำน้ำ เข้าป่า  เป็นที่สนุกสนานและมีความสุขมากไม่อยาก
ให้เปิดเทอมเลย   จึงขอบันทึกความทรงจำไว้เป็นภาพสเก็ตซ์คร่าวๆ เท่าที่จำได้ ถ้าคิดอะไร
ได้อีกก็จะวาดเพิ่มในภายหลัง   
a href="http://www.picza.net/show.php?id=vPlIZExZOT" target="_blank">
Thanks:  ฝากรูป
 
 

edit @ 11 Nov 2011 13:13:15 by AJ.PUEN

edit @ 11 Nov 2011 13:13:52 by AJ.PUEN

Floating Architecture 2 : ทุ่นเหล็ก

posted on 09 Nov 2011 09:44 by littlegun  in Design0254
ตัวอย่างเรือนแพ
 
เรือนแพเคียงดาว  เป็นเรือนแพสองชั้น  จ.กาญจนบุรี
สังเกตุดูฐานน่าจะเป็นทุ่นเหล็ก(Steel Pontoon)  โครงสร้างอาคารเป็นเหล็ก
ใช้สำหรับกิจกรรมตกปลา
 
ทุ่นเหล็กลอยน้ำมือสอง ที่ขายกันตามร้ายขายของเก่า
เครดิต http://www.sinkaonline.com/thaiselling_Postview.php?key=4217
 
 
 
 

Floating Architecture 1

posted on 07 Nov 2011 08:55 by littlegun  in Design0254
ผลงาน ของ Koen Othuis แห่ง Water Studio จากประเทศเนเธอแลนด์
"การอยู่ร่วมกับน้ำได้ดีที่สุดก็คือการอยู่ในน้ำ"
 
http://waterstudio.nl/
 
 
ดู วีดีโอ
http://youtu.be/f0FIxWOKBJ0

edit @ 7 Nov 2011 09:01:51 by AJ.PUEN

edit @ 7 Nov 2011 09:08:20 by AJ.PUEN

edit @ 11 Nov 2011 13:14:20 by AJ.PUEN

เอกสารประกอบ ฟอร์ม เสปซ และออเดอร์
 
http://file2.uploadfile.biz/i/EHIIMEIIMXENEX
 
<a href="http://file2.uploadfile.biz/i/EHIIMEIIMXENEX" target="_blank">Download คลิกที่นี่</a>

edit @ 6 Nov 2011 23:14:08 by AJ.PUEN

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์                      มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

งานออกแบบชิ้นที่ 1                   ภาคเรียนที่ 2     ปีการศึกษา 2554

วิชา   การออกแบบสถาปัตยกรรม 2

 

วันและเวลาเรียน

วันอังคาร                                                เวลา 13.00-17.00 น.

วันศุกร์                                                   เวลา 13.00-17.00 น.

 

1. ชื่อโครงการ บ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype)

 

2. เวลาดำเนินงาน

2.1  เริ่มงาน วันวันอังคารที่ 1 พ.ย. 2554

2.2  ส่งและนำเสนอผลงาน  ภายในเวลา 13.00 น. วันอังคารที่ 29 พ.ย. 2554

 

3. วัตถุประสงค์

            1. เพื่อฝึกฝนการศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม

            2. เพื่อศึกษาและเรียนรู้กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรม ฝึกปฏิบัติการออกแบบและการนำเสนอผลงาน

            3. เพื่อฝึกฝนทักษะในการผสมผสานวิชาความรู้ในด้านต่างๆ [อาทิ วัสดุและการก่อสร้าง, นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ] เพื่อใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่เหมาะสม

            4. เพื่อฝึกฝนการปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดันในระดับอ่อน-ปานกลาง เช่น เวลาที่จำกัด ความพึงพอใจของเจ้าของงาน การเร่งพัฒนาทักษะที่ตนยังไม่ถนัด เป็นต้น

 

4. ขอบเขตการปฏิบัติงาน

            1. ศึกษาค้นคว้า และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม         

            2. ศึกษากระบวนการและขั้นตอนของการออกแบบสถาปัตยกรรม                    

3. ปฏิบัติการออกแบบ

                        3.1 การออกแบบร่าง

            3.2 การออกแบบและจัดทำผลงานขั้นสมบูรณ์

4. นำเสนอผลงาน ทั้งด้วยวาจาและผลงาน

 

5. ความเป็นมาของโครงการและสถานที่ตั้ง

ประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2554 ได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยร้ายแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ อาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนนับแสนหลังคาเรือนต้องถูกน้ำท่วม ประชากรหลายแสนคนต้องอพยพหนีออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม และกลายเป็นผู้ประสบภัย

หากในอนาคตเหตุการณ์เช่นนี้ยังต้องเกิดขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บ้านพักอาศัยจะต้องมีการออกแบบให้สามารถอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้น จึงให้ นศ. ออกแบบบ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype) เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ตั้งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยต่อไป

 

6. รายละเอียดของโครงการ

            ให้ นศ. ศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ เพื่อกำหนดรายละเอียดของโครงการ ได้แก่ องค์ประกอบต่างๆ ของบ้าน พื้นที่ใช้สอย ระบบอุปกรณ์อาคาร โครงสร้างและวัสดุก่อสร้างต่างๆที่เหมาะสมสำหรับการเป็นบ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype)

 

7. กำหนดการปฏิบัติงานและการส่งงาน

            7.1 งานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ แล้วนำเสนอผลงานโดยมีผู้สอนเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ ให้ นศ. ศึกษาและวิเคราะห์ ประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ แล้วเตรียมผลงานนำเสนอ

1. การศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของโครงการ ดังนี้

1.1 เป้าหมาย หรือความต้องการของโครงการ และความเป็นไปได้ของโครงการ (โดยเฉพาะด้านข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)

            1.1.1 เป้าหมายของโครงการ

            1.1.2 ความต้องการของโครงการ (โดยการวิเคราะห์หาขนาดขององค์ประกอบต่างๆของอาคาร หรือพื้นที่ใช้สอยย่อยทุกๆ และพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดของโครงการ)

            1.1.3 ความเป็นไปได้ของโครงการ (โดยเฉพาะด้านข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)

1.2 การวิเคราะห์องค์ประกอบ และพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆของโครงการ [Area Requirement] กำหนดให้นำเสนอโดยแสดงขนาดพื้นที่ของแต่ละส่วนให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม (ขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบขนาดพื้นที่ส่วนต่างๆได้ง่าย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  1.2.1 แสดงพื้นที่ขององค์ประกอบหลักๆของโครงการ

                  1.2.1.1 แสดงขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50

                  1.2.2.2 แสดงในรูปของแผนภูมิกง หรือแผนภูมิวงกลม

  1.2.2 แสดงพื้นที่ขององค์ประกอบย่อยๆทุกๆส่วน ในแต่ละองค์ประกอบหลัก(Zone)

                  1.2.2.1 แสดงขนาดกว้าง*ยาว ในมาตราส่วน 1:50

2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของที่ตั้งโครงการ [Site Analysis] ทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ [Nature Environment] และที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น [Man-made Environment] เพื่อการนำไปใช้พิจารณาประกอบการออกแบบให้อาคารสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทั้งการใช้ประโยชน์ และการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

                        2.1 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่

- แนวการโคจร, มุมของแสงแดด และความร้อนจากดวงอาทิตย์, ทั้งแหล่งความร้อนอื่นๆ

- ทิศทางลม และคุณสมบัติของลมที่พัดผ่าน, มลภาวะทางเสียง, ฝุ่นควัน, ลมพายุ

- สภาพพื้นดิน หรือลักษณะทางธรณี ตลอดจนการใช้พื้นที่, พืชพรรณ, ความลาดชัน, แผ่นดินไหว

- แหล่งน้ำ และความชื้น, ปริมาณฝน, อุทกภัย

                         2.2 สิ่งแวดล้อมเมือง เช่น มุมมอง การเข้าถึง, ระบบถนน และการจราจร, อาคาร และการใช้พื้นที่ข้างเคียง, ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ, มลภาวะต่างๆในเมือง เป็นต้น

3. การวิเคราะห์ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ให้ น.ศ. วิเคราะห์ก่อนว่าโครงการจัดอยู่ในประเภทอาคารใด และมีข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอะไรบ้าง แล้วแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึงผลกระทบกับการออกแบบอาคาร หรือลักษณะอาคารที่จะเกิดขึ้น โดยการนำเสนอเป็นภาพประกอบ เช่น ผังพื้น รูปด้าน หรือรูปตัด ภาพสามมิติ ที่แสดงขนาดและรยะต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่าย)

                   4. การวิเคราะห์ปัญหาของโครงการ ได้แก่ ปัญหา และข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับอาคาร ทั้งก่อน และหลังการก่อสร้างอาคาร ดังนี้

                               4.1 ปัญหาด้านกายภาพ ได้แก่

4.1.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ได้แก่

- ปัญหาความร้อน (สภาพอากาศในเขตร้อนชื้น อันเนื่องจากรังสีดวงอาทิตย์ และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น การใช้วัสดุอาคาร, การออกแบบวางผังของอาคาร หรือจากอาคารข้างเคียง เป็นต้น)

- ปัญหาการระบาย และถ่ายเทอากาศ รวมถึงมลภาวะทางเสียง, มลพิษทางอากาศ, ฝุ่นควัน, ลมพายุ เป็นต้น

- ปัญหาสภาพพื้นที่, พื้นดิน, รูปร่างของที่ดิน, ลักษณะการใช้พื้นที่, พืชพรรณ, ความลาดชัน, แผ่นดินไหว เป็นต้น

- ปัญหาทางน้ำ, แหล่งน้ำ และความชื้นที่มีผลกระทบต่ออาคาร, ปริมาณฝน, การเกิดอุทกภัย เป็นต้น

4.1.2 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง เช่น ปัญหาทางด้านมุมมอง, การเข้าถึงโครงการ, ระบบถนน การจราจร และการสัญจร, อาคาร และการใช้พื้นที่ข้างเคียง, ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ, มลภาวะต่างๆในเมือง เป็นต้น

                               4.2 ปัญหาด้านกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ

                               4.3 ปัญหาด้านสังคม และเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลกระทบของโครงการที่จะมีต่อสังคมท้องถิ่น, ข้อจำกัดด้านต้นทุนและงบประมาณ เป็นต้น

5. แผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอย [Functional Relationship Diagram] และเส้นทางสัญจร [Circulation] ของผู้ใช้สอยแต่ละกลุ่ม ให้แสดง ดังนี้

5.1 แผนภูมิที่ไม่ได้กำหนดขนาดพื้นที่ หรือมาตราส่วน (สามารถศึกษาได้จากในหนังสือ คู่มือและสื่ออื่นๆ) โดยแสดงองค์ประกอบทั้งหมดของโครงการ และแสดงโทนสีขององค์ประกอบหลักๆ เป็นกลุ่มๆ ให้ชัดเจน พร้อมเส้นทางสัญจรของผู้ใช้สอยแต่ละกลุ่ม

5.2 แผนภูมิเช่นเดียวกับข้อ 5.1 ที่ได้กำหนดขนาดพื้นที่ หรือมาตราส่วน 1:50 ด้วย (ได้จากข้อ 1.2.2)

                        6. แนวความคิดในการออกแบบ และเกณฑ์ในการออกแบบ

            7. Zoning หรือความสัมพันธ์ขององค์ประกอบหลักๆ จากข้อ 1.2.1.1 ให้นำมาจัดวาง Zoning ดังนี้

7.1 จัดวางโดยพิจารณาเฉพาะความสัมพันธ์ของการใช้สอยเท่านั้น

7.2 จัดวางโดยพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของการใช้สอย (เหมือนข้อ 7.1) และให้พิจารณาถึงความเหมาะสม และสอดคล้องตามข้อต่างๆ ข้างต้น ต่อไปนี้ด้วย

            1.1 ความต้องการ หรือเป้าหมายของโครงการ

            2.1 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

            2.2 สิ่งแวดล้อมเมือง

            3. ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

            4. ปัญหาของโครงการ

            5. ความสัมพันธ์ของการใช้สอย [Functional Relationship]

                                                6. แนวความคิดในการออกแบบ และเกณฑ์ในการออกแบบ

โดยการจัดวาง Zoning นี้ ลงในขนาดที่ตั้งจริง ตามมาตราส่วน 1:50

8. กรณีศึกษาอาคารตัวอย่าง [Case Study]ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการ โดยเฉพาะด้านเทคนิควิธีการและแนวทางในการป้องกันบ้านจากอุทกภัย (โดยให้พยายามวิเคราะห์ตามหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ ข้อที่ 1-7 รวมทั้งวิเคราะห์ ข้อดี-ข้อเสียของการออกแบบ) ดังนี้

            8.1 อาคารในประเทศ 2 อาคาร

            8.2 อาคารต่างประเทศ 4 อาคาร

            8.3 ข้อมูลประกอบการออกแบบจากหนังสือคู่มือที่ได้มาตรฐาน เช่น time saver standard for buildings type หรือบทความ งานวิจัยต่างๆ โดยการจัดทำเป็นรายงานภาษาไทย)

ตัวอย่างแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม  

http://www.bris.ac.uk/civilengineering/research/water/projects/bhs_folder/flood_proof_house/

http://www.architecture.com/Files/RIBAProfessionalServices/CompetitionsOffice/Resultsbooklets/NorwichUnionFloodProofHouseoftheFuture.pdf

http://inhabitat.com/waterstudios-amphibious-architecture/

http://waterstudio.nl/home

 

การนำเสนอผลงานทั้ง 8 ข้อข้างต้นนี้ ให้พยายามนำเสนอโดยเน้นให้เห็นภาพที่เข้าใจได้ง่าย เช่น แสดงเป็นภาพวาดประกอบ ภาพถ่าย แผนภูมิ แบบจำลอง(Model) เป็นต้น โดย นศ. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียน เพื่อการนำเสนอได้  

9. ส่งรายงานสรุปผลงานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ (โดยการจัดทำ และรวบรวมเป็นเล่ม พร้อมกับส่งผลงานในรูปของ file เอกสาร หรือ digital file)

10. การสอบทวนความรู้และความเข้าใจในข้อมูล เพื่อการออกแบบ (โดยปากเปล่าและข้อเขียน)

7.2 การตรวจแบบร่าง ในการตรวจแบบร่างแต่ละครั้ง ให้มีคุณภาพของงาน (ความประณีต, ความละเอียด, ความชัดเจน, รายละเอียดต่างๆ ของงาน) เหมาะสมสอดคล้องกับระยะเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อให้ผลงานมีความชัดเจนและสมบูรณ์ทันกับการนำเสนอในขั้นสุดท้าย โดยแบบแต่ละครั้งควรมีความชัดเจน ง่ายและสะดวกในการตรวจแบบ ส่วนปริมาณงานนั้น อย่างน้อยต้องมีให้มีครบตามที่กำหนดไว้ ดังนี้

แบบร่างครั้งที่ 1. ประกอบด้วย

  1. Plans และ Roof Plan               1:100
  2. Section                                1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ตามขวาง]
  3. Elevation                             1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ด้านหน้า]
  4. Mass Model                          1:200 หรือ 1:100

แบบร่างครั้งที่ 2. ประกอบด้วย

  1. Plans และ Roof Plan               1:100
  2. Section                                1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ตามขวาง]
  3. Elevation                             1:100 [อย่างน้อย 1 รูป, ด้านหน้า]

แบบร่างครั้งที่ 3. ประกอบด้วย

  1. Plans และ Roof Plan               1:100
  2. Section                                1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
  3. Elevation                             1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง]
  4. Mass Model                          1:200 หรือ 1:100

แบบร่างครั้งที่ 4. ประกอบด้วย

  1. Plans และ Roof Plan               1:100
  2. Section                                1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
  3. Elevation                             1:100 [อย่างน้อย 2 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง]

 

ในการออกแบบและจัดทำแบบร่าง ในระยะต้นๆ ที่แบบและผลงานยังไม่ลงตัวและยังไม่สมบูรณ์นั้น นศ. ต้องเขียนด้วยมือเท่านั้น ห้ามใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบและออกแบบผลงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกทักษะและความชำนาญในการใช้มือเขียน (Freehand sketch) และเพื่อให้ นศ. ได้ใช้ความคิดโดยละเอียด รอบคอบและประณีตในการคิดรายละเอียดต่างๆ ตลอดจนการคำนวณและความแม่นยำในระยะ และสัดส่วนต่างๆ ด้วยสมองของตนเองก่อน จนกระทั่งแบบและผลงานเริ่มลงตัวและเริ่มสมบูรณ์แล้วเท่านั้น นศ. จึงจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการเขียนแบบและจัดทำแบบร่างได้ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้สอนก่อน

 

8. การจัดทำผลงาน เพื่อนำเสนอขั้นสุดท้าย (นศ. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบและนำเสนอผลงานได้)

  1. แนวความคิด, เกณฑ์ในการออกแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์
  2. Site Plan                              1:50
  3. Plans และ Roof Plan               1:50
  4. Sections                              1:50 [อย่างน้อย 2 รูป, ตามยาวและตามขวาง]
  5. Elevations                            1:50 [อย่างน้อย 4 รูป, ด้านหน้า, ด้านข้าง และด้านหลัง]
  6. Perspective [interior และ exterior]
  7. ภาพ 4 มิติ แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพของอาคาร
  8. Mass Model                          1:50 ที่สามารถแสดงการทดลองให้เห็นถึงคุณสมบัติและประสิทธิภาพของอาคาร

 

            9. การส่งและนำเสนอผลงานขั้นสุดท้าย

กำหนดส่งและนำเสนอผลงาน  ภายในเวลา 13.00 น. วันอังคารที่ 29 พ.ย. 2554

            10. เกณฑ์การประเมินผล

Project design 1. โครงการ บ้านพักอาศัยต้นแบบในพื้นที่เกิดอุทกภัย (Flood-proof house prototype)                                                                                                                             25 คะแนน

ประกอบด้วย

1. งานการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการออกแบบ                                      5 คะแนน

2. การออกแบบร่าง                                                                                     10 คะแนน

3. ผลงานขั้นสุดท้าย                                                                                   10 คะแนน

มีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

                1. แนวความคิด, เกณฑ์ในการออกแบบ หรือความคิดสร้างสรรค์                             1.0 คะแนน

                2. ความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม                                                             1.5 คะแนน

                3. มีประโยชน์ใช้สอย และการใช้งานที่คล่องตัว และเหมาะสม                               2.0 คะแนน

                4. ความงาม หรือหลักการจัดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม                                 1.5 คะแนน

                5. ผลงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ความชัดเจน รวมทั้งบุคลิกภาพ                                 2.0 คะแนน

                6. วัสดุและการก่อสร้าง ระบบอุปกรณ์อาคารที่ถูกต้องและเหมาะสม                          1.5 คะแนน

    7. ถูกต้องตามข้อกำหนด, กฎหมาย, เทศบัญญัติและมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง          0.5 คะแนน

มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

โครงการสอนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554

ระดับปริญญาตรี

วิชา712304 การออกแบบสถาปัตยกรรม 2

สังเขปวิชา (Course Description)

            ศึกษากระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์และสังเคราะห์นำไปสู่การแก้ปัญหาในการออกแบบเน้นทักษะในการออกแบบอาคารที่พักอาศัย และอาคารสาธารณะขนาดเล็ก ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

ผู้สอน(Instructor)       อ.ดร.ศิริวัฒน์  สาระเขตต์

                                    อ. มาริสา หิรัญตียะกุล

วัตถุประสงค์ (Objectives)

            1.เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบบ้านพักอาศัย

            2.เพื่อฝึกทักษะในการวิเคราะห์และสังเคราะห์การออกแบบสถาปัตยกรรม

            3.เพื่อฝึกทักษะการนำเสนอผลงานทางสถาปัตยกรรม

ลักษณะวิชา เป็นรายวิชาที่ประกอบด้วย

1.การบรรยายในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการออกแบบ

2. Sketch Design จำนวน 5 ชิ้น

3. โครงการออกแบบสถาปัตยกรรม  จำนวน 2 ชิ้น

วิธีการประเมินผล

ลำดับ

งาน

คะแนน

หมายเหตุ

1

Sketch Design

20

จำนวน  5  ชิ้น

2

Project Design 1

25

 

3

Project Design 2

45

 

4

Extra Points

10

คะแนนจิตพิสัย

 

หมายเหตุ :  การส่งผลงานทุกชิ้นจะต้องเป็นไปตามเวลาที่กำหนด หากล่าช้าจะถูกตัดคะแนน และหากขาดส่งผลงานเกิน 3 ครั้ง ถือว่าไม่ผ่านในรายวิชา    

ดูแผนการสอน 2/2554   click ที่รูปด้านล่าง

images by free.in.th

edit @ 4 Nov 2011 11:07:51 by AJ.PUEN

edit @ 4 Nov 2011 11:08:22 by AJ.PUEN

edit @ 4 Nov 2011 11:10:50 by AJ.PUEN

edit @ 4 Nov 2011 11:13:03 by AJ.PUEN

ใบงาน : วิชา : ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมไทย     รหัสวิชา : 720141

วันให้งาน : 4 สิงหาคม 2553

วันส่งงาน 4 ตุลาคม 2553  เวลา 13.00 ณ.  ห้องพักอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

  1. 1.       ชื่องาน : การสำรวจวัดในจังหวัดนครราชสีมา
  2. 2.       วัตถุประสงค์
    1. เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการสำรวจ สถาปัตยกรรมไทยประเภทศาสนสถาน หรือ วัด
    2. เพื่อให้นักศึกษานำข้อมูลจากการสำรวจมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ โดยใช้ความรู้ที่ได้ศึกษาจากในห้องเรียนเป็นพื้นฐาน
      1. 3.     เนื้อหารายงาน

                วัดที่กำหนดให้นักศึกษาสำรวจ คือ (1) วัดกลางนครวรวิหาร (2) วัดบึง (3) วัดบูรพ์ (4) วัดหนองจะบก (5) วัดหมื่นไวย์ (6) วัดยองแยง  โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน  ทำการศึกษาในหัวข้อดังต่อไปนี้

3.1    ตำแหน่งที่ตั้งของวัด

3.2    ประวัติของวัด

3.3    ผังบริเวณวัด

3.4    รูปถ่าย สถาปัตยกรรมภายในวัด เช่น พระอุโบสถ เจดีย์  หอไตร  สิม  เมรุ ฯลฯ

3.5    สถาปัตยกรรมที่เลือกมาศึกษา 1 อาคาร เพื่อทำการรังวัดเขียน ผังอาคาร รูปด้าน รูปตัด  และรายละเอียดที่สำคัญอื่นๆ

3.6    วิเคราะห์สถาปัตยกรรม ที่เลือกศึกษา ในประเด็นต่างๆ คือ  สภาพปัจจุบัน, การใช้งาน , ผังอาคาร, ลักษณะทางสถาปัตยกรรม, ลักษณะโครงสร้าง, การประดับตกแต่งภายนอก, การประดับตกแต่งภายใน

3.7    สรุปผลการศึกษา

4.  ข้อกำหนด

4.1     ทำเป็นรูปเล่ม ขนาด A4  หากต้องการให้หน้ากระดาษกว้างขึ้นบางแผ่นให้ใช้กระดาษ  A3 เย็บรวมกันได้ 

4.2    ปกรายงาน มีพลาสติกใสปิดอีกชั้นหนึ่ง   เย็บให้เรียบร้อย แบบเทปกาวผ้า

4.3     ตัวหนังสือ สีดำ ใช้อักษรแบบ  Cordia ขนาด 14  เท่านั้น

4.4    รูปประกอบควรเป็นรูปสี

  1. 5.     เกณฑ์การให้คะแนน

5.1 เนื้อหาสาระ  ร้อยละ 70

5.2 ความสมบูรณ์ของ รูปเล่ม ร้อยละ 10

5.3 คะแนนรายงานหน้าชั้น ร้อยละ  20

edit @ 20 Sep 2010 16:18:42 by AJ.PUEN